pooh-pure.com

ท่องเที่ยว ดอกไม้ บ้านและสวน ศิลปะ

เปลี่ยนโฉม mazda 1000

l

 

 

 

i

คืนชีพ mazda 1000 ที่อู่ตาลเดี่ยวฌซอร์วิส นครศรีธรรมราช 084-6277035




ลานสกาอากาศดีที่สุดในประเทศไทย

มาสด้า 1000 สี่ขอ

สถานที่น่าเที่ยวใกล้กว่าปายปักษ์ใต้บ้านเรา

คำว่า ปักษ์ใต้ มีความหมายมากมาย ปักษ์แบลว่า15 เมื่อรวมคำว่า ปักษ์ใต้จึงแปลว่าจังหวัดทางใต้ทั้ง14ของไทย วันนี้ผมขอพาไปเที่ยวเขาสก จังหวัดสุราษธานีครับ ซึ่งที่นี้มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี และที่สำคัญมีที่พักสุดแสยโรแมนติกเหมาะอย่างยิ่งกับคู่รัก ก๊วนเพื่อนสนิท และครอบครัว ที่นี่ครับ “ภูผาและลำธารรีสอร์ท” (The Cliff & Jungle Resort) เชิญชมบรรยากาศได้เลยครับ

การตั้งศาลพระภูมิ

 

การตั้งศาล พระภูมิ เจ้าที่

 

ศาลพระภูมิ การตั้งศาลพระชัยมงคล (พระภูมิ) และ ศาลเจ้าที่ พระภูมิ หรือ ภูมิ หมายถึง พื้น และอัญเชิญพระชัยมงคล ให้เสด็จมาคุ้มครองเจ้าของบ้าน การตั้งศาลพระภูมินี้ ไม่แนะนำให้ ท่านกระทำเอง เพราะว่าการดูฤกษ์ในการตั้งก็ดี กฎเกณฑ์ต่างๆก็ดี หรือข้อต้องห้ามในการตั้งศาลก็ดี สิ่งเหล่านี้ถ้าผิดไปจากเดิม ก็จะทำให้เกิดความเสียหาย ต่อผู้ตั้งและคนในบ้านได้ จึงต้องให้ผู้ที่รู้จริงจะดีกว่า ถ้าผิดแล้วมันจะเข้าตัว ……! เรียกว่า ต้องธรณีศาล หรือ ต้องพระภูมิ นั่นเอง ลักษณะอาการนั้นดูไม่ยาก ก็จะมึนๆงงๆบ้าง หรืออาจจะมีอาการง่วงซึมความรู้สึกช้า อย่างนี้เป็นต้น ก็ต้องมาแก้อาถรรพ์ดังกล่าว ต่อไป

ศาลเจ้าที่ ต้องบอกเกี่ยวกับความหมายของคำว่า เจ้าที่ เสียก่อน เจ้าที่ก็คือ เป็นวิญญาณที่มีฤทธิ์ สามารถดูแลคุ้มครองอาณาเขตภายในบ้านของเราได้ เป็นเจ้าของดั้งเจ้าของเดิมที่อยู่ตรงนั้นมาหลายร้อยหลายพันปี จึงต้องมีการกล่าวอัญเชิญ เจ้าที่ ( ปู่เจ้าที่ ย่าเจ้าที่ ) เชิญท่านขึ้น เพื่อไม่เป็นการเหยียบย้ำท่านถือว่าเป็นการแสดงความเคารพต่อเจ้าที่ เป็นสิ่งสำคัญ

การลงไม้มงคล แผ่นดวง และนพเกล้า

ไม้มลคลในความหมายก็ เป็นการเสริมดวงชะตา และเป็นสิริมงคล กับเจ้าของบ้าน ไม้มงคลมีทั้งหมดเก้าอย่าง แต่ละอย่างมีความหมาย ทั้งสิ้น ส่วนแผ่นดวงนั้น เพื่อให้เจ้าของบ้านนำมาไว้เพื่อที่จะให้เจ้าที่ คุ้มครองดูแล ไม่ให้เกิดอันตรายใดๆ ทั้งหลายทั้งปวง ( ดวงแข็ง ) และนพเกล้า เป็น อัญญะมณี มีเก้าสี เสริมดวงในนพเคราะห์ ให้ ปลอดภัยในเรื่องดวงดาว

โหราศาสตร์(ดวงตก)

ความหมายของไม้มงคล

ไม้มงคลเป็นไม้ที่ใช้ในการประกอบพิธีต่างๆ เช่นการสร้างบ้าน ตั้งศาลพระภูมิ รวมไปถึงราชพิธีต่างๆ ซึ่งเป็นไม่ที่เป็นมงคล 9 ชนิดดังนี้

1. ไม้สักทอง หมายถึง มีศักดิ์ศรี มีเงินมีทอง

2. ไม้ทองหลาง หมายถึง ความมีสง่าราศี และความมีบามี

3. ไม้ราชพฤกษ์ หมายถึง มีความอยู่เย็นเป็นสุขทั่วราชอาณาจักร

4. ไม้ชัยพฤกษ์ หมายถึง มีความอยู่เย็นเป็นสุขทั่วราชอาณาจักร

5. ไม้สีสุข หมายถึง จะมีความอยู่เย็นเป็นสุข มีความสุขสงบ

6. ไม้ขนุน หมายถึง เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น ก็จะคอยหนุนไม่ให้เกิดปัญหานั้นขึ้น

7. ไม้พยุง หมายถึง ความสูงส่ง ให้มีศักดิ์มีศรีค้ำจุน

8. ไม้ทรงบาดาล หมายถึง ให้มีความสงบความสุข ร่มเย็น เป็นสุข เหมือนทรงยศ ทรงบาดาล

9. ไม้กลั่นเกลา หมายถึง ให้คนในบ้านเป็นคนดี หรือกลั่นเกลาทำให้เกิดแต่สิ่งที่ดีๆ กลั่นเกลาทำแต่สิ่งที่ดี ๆ

ความหมายทั้งหมดนี้เป็นความเชื่อถือกันมาตั้งแต่โบราณ โหราศาสตร์ไทยดั้งเดิม นำมาประกอบพิธีจะเป็นศิริมงคลดังที่กล่าวมา จะเกิดแต่สิ่งที่ดีงามแก่บ้านท่านจะอยู่ร่มเย็นเป็นสุข เวลาจะมีเคราะห์ร้ายก็จะคอยปัดเป่า

ให้หายไปและจะคอยค้ำจุนไม่ให้เสียหาย

 

 

 

 

พระพิฆเนศปางเสวยสุข

 

พระพิฆเนศปางนอนเสวยสุข คือ

ความสุขสบาย ความสุขบริบูรณ์มั่งคั่งพร้อมทุกด้าน รื่นรมย์ไร้ทุกข์ ไร้ความเศร้าหมอง

อิ่มหนำสำราญ มีกิน โชคลาภ จะนำความสุขสบายมาสู่ผู้บูชา

  พระพิฆเนศเป็นเทพที่มีพระวรกายแตกต่างจากเทพอื่นๆ มีพระวรกายเป็นมนุษย์แต่มีพระพักตร์เป็นคชสาร

ได้มีการอธิบายถึงพระวรกายของพระองค์ดังนี้

1. พระเศียร หมายถึง วิญญาณ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการมีชีวิต

2. พระวรกาย แสดงถึงการที่เป็นมนุษย์อยู่บนพื้นปฐพี

3. ศีรษะช้าง แสดงถึงความเฉลียวฉลาด

4. เสียงดังที่เปล่งออกมาจากงวง หมายถึงคำว่า “โอม” ซึ่งเป็นเสียงแสดงถึงความเป็นสัจจุของสุริยจักรวาล

5. หระหัตถ์บนด้านขวาทรงเชือกบ่วงบาศน์ที่ทรงใช้ในการนำพามนุษย์ไปสู่เส้นทางแห่งธรรมะ

และหลุดพ้นพร้อมทรงขจัดอุปสรรคในระหว่างทาง

6. พระหัตถ์บนซ้ายทรงเชือกขอสับที่ใช้ในการป้องกันและพันฝ่าความยากลำบาก

7. มือขวาล่างทรงงาที่หักครึ่งซึ่งพระองค์ทรงใช้เป็นปากกาในการเขียนมหากาพย์มหาภารตะ

ให้มหาฤษีเวทวยาสมุนีและเป็นสัญญลักษณ์แห่งความเสียสละ

8. อีกมือทรงลูกประคำที่แสดงว่าการแสวงหาความรู้จะต้องเป็นไปอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา

9.ขนมโมณฑกะหรือขนมหวานลัดดูในงวงเป็นการชี้นำว่า

มนุษย์จะต้องแสวงหาความหวานชื่นในจิตวิญญาณของตนเองเพื่อที่จะได้มีจิตเอื้อเพื้อเผื่อแผ่ให้กับคนอื่นๆ

10. หูที่กว้างใหญ่เหมือนใบพัดหมายความว่าท่านพร้อมที่รับฟังสิ่งที่เราร้องเรียนและเรียกหา

11. งูที่พันอยู่รอบท้องท่านแสดงถึงพลังที่มีอยู่โดยรอบ

12. หนูที่ทรงใช้เป็นพาหนะแสดงถึงความไม่ถือองค์

และพร้อมที่จะเกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิตที่เล็กและเป็นที่รังเกียจของมนุษย์ส่วนมาก 


การบูชาพระพิฆเนศ

 การบูชาพระพิฆเนศอย่างถูกต้อง

 

การบูชาพระพิฆเนศ หากไม่สะดวกที่จะจัดเตรียมอย่างยิ่งใหญ่ ก็สามารถเตรียมแต่พอประมาณ เพื่อการสวดบูชาได้ทุกๆวัน ซึ่งหลักๆ แล้วมีสิ่งที่ต้องเตรียม เพื่อการบูชาพระพิฆเนศ ดังต่อไปนี้

 

อุปกรณ์
1. รูปภาพ หรือ เทวรูปพระพิฆเนศ ที่เราบูชาอยู่

 

2. ธูป หรือ กำยาน (อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือทั้งสองอย่าง)
ถ้าใช้กำยานแท่ง ให้ใช้ 1 อัน ใช้ได้ทุกกลิ่น
ถ้าใช้กำยานผง ให้ตักใส่โถตามความเหมาะสม

ถ้าใช้ธูป จะใช้กี่ดอกก็ได้…ขอย้ำว่ากี่ดอกก็ได้นะครับ
เพราะที่อินเดียจริงๆ แล้วไม่มีการกำหนดจำนวนธูปมาตั้งแต่โบราณ เนื่องจากเหตุผลที่จุดธูปก็คือ ต้องการถวายกลิ่นหอมแก่เทพ และ ให้ควันธูปเป็นสื่อนำคำอธิษฐานเราไปสู่เทพ เพราะฉะนั้น ถ้าอยากประหยัดก็ใช้ 1 ดอกก็ดีครับ ลดโลกร้อนด้วย มีคนไทยเท่านั้นที่ถือว่าธูป 1 ดอกคือการไหว้ศพ ชาวฮินดูเค้าหยิบออกมาจากซองได้มากี่ดอกก็จุดเลยครับ ไม่มีการนับ หรือถ้าจะให้สบายใจ ไหว้แบบคนไทยหรือจีน ก็ใช้ 3 ดอก 5 ดอก 9 ดอกครับ

 

3. กระถางธูป หรือ แท่นวางกำยาน
ใส่ดิน หรือ ผงธูป ลงในกระถางธูปก่อนเพื่อให้สามารถปักธูปได้
สำหรับแท่นวางกำยานก็มีขายหลายแบบ ส่วนใหญ่ทำจากกระเบื้องเซรามิก ดินเผา ทองเหลือง ฯลฯ หรือจะซื้อถ้วยเล็กๆ ตื้นๆ แบบที่ใส่พริกน้ำปลา มาใช้แทนก็ได้ครับ

 

4. ประทีป (ดวงไฟ เทียน ตะเกียงน้ำมัน การบูร)
ใช้เป็นไฟส่องสว่าง ควรมี 2 ดวงซ้าย-ขวา หรือเทียน 2 เล่ม
ถ้าใช้เทียน ก็ปักลงแท่นให้เรียบร้อย
ถ้าใช้ตะเกียงน้ำมัน ตรวจสอบน้ำมันให้มีเพียงพอ

เครื่องสังเวย
1. ดอกไม้
ถวายได้ทุกพันธุ์ ควรเป็นดอกไม้สด จะร้อยเป็นพวง เป็นช่อ หรือดอกเดียวก็ได้ ให้ล้างทำความสะอาดก่อนถวาย
ดอกไม้ที่ดีที่สุดคือ ดอกบัว เพราะในบทสวดของเทพทุกพระองค์ มีหลายๆโศลก หลายๆบท ที่กล่าวว่า
“ขอน้อมบูชาเทพผู้มีพระบาทงดงามดั่งดอกบัว” คือ ยกย่องสรรเสริญว่าทวยเทพทั้งหลายนั้นมีเท้าที่สวยงามเปรียบเสมือนดอกบัวที่งดงาม
ส่วนดอกไม้อื่นๆ ได้หมดครับ ไม่ว่าจะเป็นดาวเรือง มะลิ กุหลาบทุกสี ขอให้สด สะอาด มีกลิ่นหอมโชยก็ได้แล้วครับ

 

2. น้ำสะอาด
อันนี้ต้องมี ขาดไม่ได้เด็ดขาดนะครับ ห้ามใช้น้ำจากขวดที่เราเคยเปิดกินมาแล้ว แนะนำให้จัดขวดน้ำแยกไว้เพื่อรินถวายเทพโดยเฉพาะ โดยเทใส่แก้วเล็กๆ ซึ่งแก้วน้ำนี้ก็ต้องเป็นแก้วที่จะใช้ถวายเทพโดยเฉพาะเช่นเดียวกัน

 

3. นมสด
(หากจัดหาไม่ได้ จะถวายน้ำเปล่าอย่างเดียวก็ได้) นมที่ใช้ถวาย ควรเป็นนมสด (จืด) ที่ไม่ใช่รสดัดแปลง เช่น รสช็อคโกแล็ต รสสตรอเบอรี่ หรือนมเปรี้ยวดัดแปลงต่างๆก็ไม่ควรครับ แต่เราสามารถถวาย โยเกิร์ต ได้ โดยให้เลือกรสธรรมชาติ เนื่องจากโยเกิร์ต คือวิธีการทำนมเปรี้ยวในแบบของโบราณนั่นเอง หากนมเป็นกล่อง สามารถเสียบหลอดไว้ได้ หรือถ้าจะให้ดีก็เทใส่แก้วเลยครับ

 

4. ผลไม้
ผลไม้อะไรก็ใช้ถวายได้ ไม่ต้องแพงมากครับ ใช้ผลไม้ตามฤดูกาล สับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ก็ดี ผลไม้ที่แนะนำคือ กล้วย อ้อย สาลี่ ชมพู่ มะขวิด ผลหว้า และ มะพร้าวผ่าซีก ใส่ในถาดหรือจานสะอาด (ซื้อมาเป็นกิโลๆ แช่เย็นไว้แล้วแบ่งออกมาถวาย ก็เหมาะสมในเศรษฐกิจยุคนี้ครับ)

 

5. ขนมหวาน
ห้ามใช้ขนมที่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์ (ประมาณว่าแซนวิชหมูหยองนี่ห้ามนะครับ) ควรเป็นขนมที่ทำจากแป้ง มีความหวาน มัน เน้นน้ำตาลและกะทิ จัดใส่ถาดหรือจานสะอาด ปัจจุบันอนุโลมให้มีส่วนผสมของไข่ได้ มิฉะนั้นจะหาขนมมาถวายยากมากๆ

 

***ห้ามถวายของคาว เช่น ข้าวผัดกระเพรา ก๋วยเตี๋ยว หัวหมู เป็ด ไก่ตอน ฯลฯ เพราะไม่เหมือนกับการเซ่นไหว้เจ้าแบบจีนนะครับ
***จาน ถาด แก้วน้ำ ให้จัดไว้สำหรับบูชาเทพเท่านั้น ใช้เสร็จแล้วล้างให้สะอาด เก็บแยกไว้ ห้ามใช้ปะปนกับของคน

 

***เครื่องสังเวยอื่นๆที่สามารถถวายได้ ได้แก่ พืชพรรณ ธัญญาหารต่างๆ ข้าวสาร ข้าวกล้อง เกลือ น้ำตาล เมล็ดพริกไทย เมล็ดถั่ว งาขาว งาดำ ใบชา เมล็ดกาแฟสด มะเขือ มะขวิด ใบกระเพรา ใบโหระพา เครื่องเทศต่างๆ ผักสดทุกชนิด และผลไม้ทุกชนิด

ขั้นตอนการบูชา
เพื่อการสวดบูชาให้ได้ผลสูงสุด ควรเลือกเวลาที่เงียบสงัด เช่น เช้าตรู่ หรือ ก่อนนอน จะได้ไม่มีเสียงรบกวนจากผู้อื่น
1. นำของสังเวยทั้งหมด (น้ำ นม ผลไม้ ขนมหวาน) จัดวางไว้หน้าเทวรูป, รูปบูชา

 

2. ดอกไม้ ถ้าเป็นช่อหรือดอกเดียวให้วางไว้ข้างหน้า ถ้าร้อยเป็นพวง สามารถนำไปคล้องที่พระกรหรือศาสตราวุธของเทวรูปได้

 

3. จุดกำยาน ธูป ประทีป เทียน

 

4. การพนมมือ ให้พนมมือแบนราบติดกันนะครับ ไม่ใช่แบบดอกบัวตูม แล้วตั้งจิตให้สงบนิ่ง

 

5. เมื่อจิตสงบนิ่งแล้ว ให้ เริ่มสวดบูชา…
การสวดมนต์นั้น ท่านสามารถเลือกบทสวด บทอัญเชิญ หรือบทสรรเสริญ บทใดก็ได้มาหนึ่งบท หรือจะสวดหลายๆ บท ให้ต่อเนื่องกันก็ยิ่งดีครับ
บทสวดมนต์ทั้งหลาย สามารถดูได้จากลิ้งก์ดังต่อไปนี้
- รวมบทสวดมนต์พระพิฆเนศ (จากหลายตำรา)
- รวมบทสวดพระพิฆเนศ 108 พระนาม

 

ในเบื้องต้นสำหรับการบูชาพระพิฆเนศนั้น คาถาบูชาที่ส่วนใหญ่นิยมคือ โอม ศรี คะเนศา ยะนะมะฮา (Om Shri Ganesha Yanamaha) อ่านออกเสียงตามแบบอินเดียว่า โอม ชรี กาเนชา ยะนะมะฮะ แต่ถ้ามีเวลาในการสวดบูชา แนะนำให้ทำสมาธิด้วยการสวดมนต์ โดยท่องบทเดียวกันให้วนไปเรื่อยๆ จะเป็น 108 จบก็ดี หรือจะเปิดเพลงขณะบูชาด้วยก็ดีครับ (สามารถโหลดเพลงได้ที่หน้าแรก) ควรศึกษาและจำบทสวดมนต์ให้ได้หลายๆ บท เพื่อประโยชน์ในการทำสมาธิขณะสวดมนต์ หรือการสักการะในโบสถ์ วัด เทวาลัยต่างๆ

 

6. ถวายไฟ หรือการทำ อารตี หากไม่สะดวกใช้ตะเกียงอารตี (ต้องใช้สำลีชุบน้ำมัน) สามารถถวายไฟแบบใช้เทียน หรือ การบูร ให้นำใส่ถาดแล้วจุดไฟ ยกขึ้นหมุนวนเป็นวงกลม (ตามเข็มนาฬิกา) 3 รอบ ต่อหน้าองค์เทวรูป หรือรูปภาพเทพที่เราบูชา แล้วใช้ฝ่ามืออังไฟ แล้วมาแต่ที่หน้าผาก เพื่อให้เกิดความสว่างแก่จิตและดวงปัญญา หรือแตะบริเวณอื่นๆ ที่เป็นโรคเจ็บป่วย

 

7. ขอพรตามประสงค์
จากนั้นให้กล่าวคำว่า “โอม ศานติ…ศานติ…ศานติ” เพื่อขอความสันติให้บังเกิด เป็นอันเสร็จสิ้น (หรืออ่านในหน้ารวมบทสวด)

 

8. ลาเครื่องสังเวย
ถ้าจุดเทียน สามารถเป่าเทียนให้ดับได้เลย เพื่อป้องกันอัคคีภัย (ใช้เทียนเล่มเดิมนี้ จุดบูชาในวันต่อไปได้เรื่อยๆ จนเทียนหมด)
ถ้าจุดธูปหรือกำยาน ต้องรอให้หมดดอก จึงจะลาเครื่องสังเวยได้

 

นำเครื่องสังเวยต่างๆ ยกขึ้นจรดหน้าผาก แล้วกล่าวว่า “โอม ปราสดัม ศิรสา กฤนาม”
เพื่อขออนุญาตลาเครื่องสังเวย อย่าทิ้งอาหารไว้ให้เน่านะครับ
น้ำเปล่า – สามารถนำมาล้างหน้าหรือแต้มหน้าผากเพื่อเป็นสิริมงคล
นมสด – ให้เททิ้งครับ ปล่อยไว้ค้างคืนจะทำให้นมบูด (บางคนดื่มแล้วท้องเสียครับ)
ผลไม้และขนม – ยกออกมาใส่จาน เพื่อมาแบ่งกันทานในครอบครัว ถือเป็นอาหารทิพย์
(ไม่ควรทานทั้งๆที่อยู่ในจานหรือถาดสำหรับถวาย เพราะห้ามใช้ปนกับของท่านนะครับ)

 

9. ทำความสะอาด จาน แก้วน้ำ เชิงเทียน แท่นกำยาน ฯลฯ แล้วเก็บไว้ในที่เฉพาะ

 

………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

 

การบูชาก็มีเพียงเท่านี้ ซึ่งเป็นการบูชาแบบกระชับ เลือกปฏิบัติแต่ละขั้นตอนตามความเหมาะสม
แต่ความจริงแล้วตามวิถีชาวฮินดูนั้น การสวดบูชาเทพจะมีรายละเอียดและขั้นตอนมากมายกว่านี้ครับ
ที่เราตัดทอนมานี้ก็เพื่อความสะดวกและเข้ากับยุคสมัยที่เร่งรีบ

 

ที่สำคัญให้ใส่ใจมากกว่า คือ ควรตั้งจิตให้เป็นสมาธิในขณะสวดบูชา และควรปฏิบัติให้ได้ทุกวัน จะเป็นสิริมงคลมากครับ
ท่านใดที่ไม่สามารถจัดหาเครื่องสังเวยต่างๆ ได้ติดต่อกันทุกๆวัน เช่น ขนม หรือผลไม้ ก็สามารถถวายน้ำเปล่าอย่างเดียวและจุดเทียนก็ได้ครับ องค์ท่านโปรดให้บูชาตามแต่กำลังทรัพย์และฐานะของผู้ศรัทธา (และตามแนวทางของเว็บไซต์สยามคเณศ ที่ไม่ส่งเสริมให้บูชาแบบฟุ่มเฟือย)

 

อาจจะเลือกถวายขนมกับผลไม้ให้หลากหลายสัปดาห์ละ 1 ครั้ง หรือถวายของบูชาครั้งใหญ่ๆ ในวันที่ตรงกับวันเกิดของตน แต่หากท่านใดสามารถจัดหาของบูชาได้มากๆ มีขนมหลากหลาย ผลไม้มากอย่าง ได้เป็นประจำ ก็ย่อมเป็นการดีอยู่แล้วครับ

 

จะบูชาอย่างไรก็ตาม หลักสำคัญคือ ขณะสวดบูชาให้ตั้งสติให้แน่วแน่ สร้างบรรยากาศให้เกิดสมาธิ สวดมนต์ให้ถูกต้อง บูชาด้วยใจที่บริสุทธิ์ ไม่ขอพรด้วยความโลภ ไม่ขอพรที่มีการสาบแช่งผู้อื่น ไม่ขอพรด้วยความท้าทาย หากปฏิบัติขั้นตอนใดผิดพลาดก็ให้ขอขมา บารมีขององค์ท่านก็คุ้มครองเราได้เท่าๆกันครับ

 

ขอขอบคุณ สยามคเณศ

 


 

 

วันปิยมหาราช

๒๓ ตุลาคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทุกปีจะมีการวางพวงมาลาดอกไม้ที่พระบรมรูปทรงม้า เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

          เมื่อวันที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๔๕๓ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงประชวรเสด็จสวรรคต ณ พระที่นั่งอัมพรสถานพระราชวังดุสิต ครั้นนั้นเป็นที่เศร้าสลดอย่างใหญ่หลวงของพระบรมวงศานุวงศ์และปวงชนทั่วประเทศ เพราะพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเป็นกษัตริย์ที่เคารพรักของทวยราษฎร์ ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอเนกประการทั้งในการปกครองบ้านเมืองและพระราชทานความร่มเย็นเป็นสุขแก่ชนทุกหมู่เหล่า ทวยราษฎร์ทั้งปวงจึงได้ถวายพระนามว่า พระปิยมหาราช หรือพระพุทธเจ้าหลวง เมื่อถวายพระเพลิงพระบรมศพตามราชประเพณีแล้ว ครั้งเมื่อบรรจบอภิลักขิตสมัยคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ผู้สืบราชสันตติวงศ์ ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทานถวายตามราชประเพณี โดยเชิญพระโกศพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวออกประดิษฐานบนพระแท่นนพปฎลมหา-เศวตฉัตร และเชิญพระพุทธรูปปางประจำพระชนมวารประดิษฐาน ณ โต๊ะหมู่ในพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท หรือพระที่นั่งอนันตสมาคมส่วนที่พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ พระลานพระราชวังดุสิต หน้าที่นั่งอนันตสมาคม ที่เรียกว่าพระบรมรูปทรงม้า ซึ่งเป็นพระบรมราชานุสาวรีย์ที่พระบรมวงศานุวงศ์ข้าราชการ พ่อค้า คหบดี ปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าผู้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณได้ร่วมใจกันรวบรวมเงินจัดสร้างประดิษฐานขึ้นน้อมเกล้าฯถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวขณะที่ทรงพระชนม์อยู่เนื่องในมหามงคลสมัยที่ทรงครองราชย์ยั่งยืนนานถึง ๔๐ ปี และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ด้วยพระองค์เอง เมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายนพ.ศ. ๒๔๕๑ นั้น
ต่อมาทางราชการได้ประกาศให้วันที่ ๒๓ ตุลาคมซึ่งเป็นวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นวันที่ระลึกสำคัญของชาติเรียกว่า วันปิยมหาราช และกำหนดให้หยุดราชการวันหนึ่งในวันปิยมหาราช เจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยซึ่งต่อมาเป็น กรุงเทพมหานคร ร่วมด้วยกระทรวงวัง ซึ่งต่อมาเป็นสำนักพระราชวัง ได้จัดตกแต่งพระบรมราชานุสาวรีย์ ตั้งราชวัติ ฉัตร ๕ ชั้น ประดับโคม ไฟ ราวเทียม กระถางธูป ทอดเครื่องราชสักการะที่หน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน
พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวันปิยมหาราชครั้งแรก คือ ถัดจากปีที่ได้ถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระจุลจอม เกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทานถวายแล้ว ได้เสด็จฯไปถวายพวงมาลา ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะที่พระบรมราชานุสาวรีย์

ฝันฝันเล่นเล่น อยากให้ราชภัฏนครฯมี (1)

ม้านั่งสนามในสวน

ม้านั่ง

 N. bench
    def:[ตั่งเครื่องรองนั่ง มีหรือไม่มีขาก็ได้ ไม่มีพนัก มักกว้างกว่าม้า]
    sample:[เขามองหาม้านั่งข้างทางเดินแต่ไม่มีม้านั่งแห่งไหนว่าง]N. bench
    def:[ตั่งเครื่องรองนั่ง มีหรือไม่มีขาก็ได้ ไม่มีพนัก มักกว้างกว่าม้า]
    sample:[เขามองหาม้านั่งข้างทางเดินแต่ไม่มีม้านั่งแห่งไหนว่าง]

มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช เป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่อายุประมาณ ๕๔ ปี เป็นมหาวิทยาลัยที่มีภูมิทัศน์สวยงามมหาวิทยาลัยหนึ่งในภาคใต้ โดยมีเขามหาชัยเขียวขจีอยู่เบื้องหลัง มีลำห้วยน้ำใส ต้นไม้ร่มรื่น น่านั่งพักผ่อน อ่านหนังสือ ทำกิจกรรมการเรียนการสอนนอกชั้นเรียน หรือพักผ่อนหย่อนใจ ของบุคลากรและผุ้ปกครอง ผมเลยนำเสนอรูปแบบม้านั่งสนามในสวนที่มีความสวยงาม และความเป็นธรรมชาติ เป็นทางเลือกสำหรับการเพิ่มเติมที่นั่งในโอกาสต่อไป เพื่อให้มหาวิทยาลัยของเราก้าวสู่มหาวิทยาลัยชั้นนำในภูมิภาค

ประติมากรรมในสวน

ประติมากรรมในสวนคืองานศิลปะที่ตั้งวางไว้ตามมุมต่างๆเพื่อประดับสวน  อาจตั้งไว้เพียงชิ้นเดียวเพื่อให้ดูเด่น  สง่างาม หรือวางหลายชิ้นประกอบกัน เพื่อสร้างความน่าสนใจให้กับมุมนั้นๆ  จุดประสงค์หลักของการตั้งวางประติมากรรมในสวนก็เพื่อความสวยงาม  หรือเพื่อเป็นสัญลักษณ์สื่อแนวคิดของสวน และช่วยเสริมสร้างให้สวน หรือสถานที่มีชีวิตชีวามากขึ้น และอาจใช้เป็นที่ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกก็ได้

บ้านหลังแรก

นโยบายบ้านหลังแรก

อนุมัติแล้ว วงเงินไม่เกิน 1ล้าน ดอกเบี้ย 0% ดูรายละเอียดกันคะ

ครม. เปิดแพ็คเกจใหม่ บ้านสำหรับคนรายได้น้อย วงเงินไม่เกิน 1 ล้าน ดอกเบี้ย 0% เป็นเวลา 3 ปี ส่วนแพ็คเกจบ้านหลังละ 2 ล้าน รอเสนออีกสัปดาห์หน้า

คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติโครงการบ้านหลังแรกแล้ว ด้วยแพ็คเกจใหม่”กำหนดวงเงินไม่เกิน 1 ล้าน ดอกเบี้ย 0% เป็นเวลา 3 ปี” ส่วนบ้านราคาหลังละ 2 ล้านบาท ทาง ครม.ให้กระทรวงการคลังกลับไปดูรายละเอียดอีกครั้ง ทั้งนี้ โครงการบ้านหลังแรกขณะนี้มี 2 แพ็คเกจให้เลือก ได้แก่…

แพ็คเกจที่ 1 สำหรับผู้มีรายได้น้อย บ้านราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ดอกเบี้ย 0% เป็นเวลา 3 ปี

แพ็คเกจที่ 2 สำหรับผู้มีรายได้มาก บ้านราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท ซึ่งสามารถหักเงินหลังจากคำนวณภาษีเสร็จแล้ว ในระยะเวลา 5 ปี ตกปีละไม่เกิน 100,000 บาท

ขณะที่โครงการรถยนต์คันแรก ยังไม่มีข้อเสนอเข้าสู่ที่ประชุม เนื่องจากยังต้องปรับปรุงรายละเอียดให้รอบคอบและครอบคลุมกว่านี้

นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้เปิดเผยหลังจากการประชุม ครม.ว่า ทางกระทรวงการคลังได้เสนอมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย โดยให้ทางธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ปล่อยกู้ให้กับผู้มีรายได้ระดับกลาง และต่ำลงมา มูลค่าบ้านไม่เกินหลังละ 1 ล้านบาท ในอัตราดอกเบี้ย 0% เป็นเวลา 3 ปี ทั้งนี้ทางรัฐบาลจะชดเชยอัตราดอกเบี้ยให้ 3 ใน 4 ของดอกเบี้ยทั้งหมด หรือประมาณ 300 ล้านบาท

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวต่ออีกว่า ถ้าต้องการจะขยายเพิ่มเป็นวงเงิน 2 ล้านบาท ต้องรอให้ นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ดูรายละเอียดเรื่องงบประมาณเพิ่มเติมก่อน ว่าจะกระทบต่องบประมาณที่ต้องชดเชยมากน้อยเพียงใด เนื่องจากทางรัฐบาลจะต้องชดเชยให้กับทาง ธอส. ด้วย จึงต้องนำเรื่องกลับมาพิจารณาอีกครั้งก่อนที่จะนำเสนอ ครม. อีกครั้งในสัปดาห์หน้า

นายวิรุฬ ยังกล่าวอีกว่า จากมาตรการเดิมที่ให้สิทธิ์หักลดหย่อนภาษีได้ 10% หรือไม่เกิน 500,000 บาท ของมูลค่าบ้านไม่เกิน 5 ล้านบาท ขณะนี้ทางที่ประชุมมีมติให้ปรับปรุงใหม่ เป็นหักเงินโดยตรงจากภาษีที่ต้องเสีย ซึ่งเป็นการหักหลังจากที่คำนวณภาษีเสร็จแล้ว ในระยะเวลา 5 ปี ตกปีละไม่เกิน 100,000 บาท

ทางด้าน น.ส.อนุตตมา อมรวิวัฒน์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า โครงการบ้านหลังแรกนั้น อาจจะมีผลกระทบต่อการบริหารการจัดเก็บภาษีอากร อีก 5 ปี วงเงินภาษีรวมประมาณ 12,000 ล้านบาท หรือปีละประมาณ 2,500 ล้านบาท ซึ่งมาตรการดังกล่าว นอกจากจะเป็นการบรรเทาภาระภาษีให้ประชาชนที่ต้องการมีบ้านหลังแรกแล้ว ยังมีส่วนกระตุ้นเศรษฐกิจรวมทั้งหมด ในการส่งเสริมให้ผู้มีเงินได้เข้าสู่ระบบภาษีด้วย

ขณะเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงประเด็นที่ฝ่ายค้านเตรียมยืนที่จะถอดถอน ในมาตรการคืนภาษีบ้านหลังแรกว่า นโยบายบ้านหลังแรก เป็นนโยบายที่ต้องการให้เกิดประโยชน์กับผู้ที่ซื้อบ้านจริง ๆ ไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการ และไม่คิดว่าโครงการดังกล่าวจะให้ประโยชน์กับใครคนใดคนหนึ่ง เมื่อดูรายละเอียดอย่างชัดเจนจะเห็นว่า โครงการนี้มีความเสมอภาค และประชาชนเป็นผู้ที่ได้รับภาษีคืน ไม่ใช่ผู้ขาย

ภาพประกอบ / บ้านพูเพียว   ลานสกา   นครศรีธรรมราช